สถาบันการบินพลเรือน

Civil Aviation Training Center

feature_post

Share

สบพ. ร่วมงาน “MOT 2020 Move on Together คมนาคมเคียงข้างคนไทย ฟื้นฟูเศรษฐกิจฝ่าวิกฤติ COVID-19”

CATC Attended the Event of “MOT 2020 Move on Together: Ministry of Transport Stands by Thai People to Recover the Thailand’s Economy and Gets through the COVID-19 Together”.

 

 

    นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการและการเสวนาสร้างการรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยระยะ 20 ปี และส่งเสริมพัฒนาความรู้ด้านการคมนาคมขนส่งและความปลอดภัย ประจำปี 2563 ภายใต้ชื่อ “MOT 2020 Move On Together คมนาคมเคียงข้างคนไทย ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤติ COVID-19” ในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2563 เวลา 10.30 น. ณ ห้องนภาลัย ADC โรงแรมดุสิตธานี พัทยา จังหวัดชลบุรี

 

       โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนและสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน

 

     นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศไทยเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น รัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่เพื่อเร่งหามาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบและฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจซึ่งหดตัวลงให้กลับมาขยายตัวเป็นบวกขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ยังคงมาตรการป้องกันและการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) ไว้เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน ซึ่งกระทรวงฯ เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการเดินหน้าทางเศรษฐกิจ มีบทบาทหน้าที่ในการดูแลด้านการคมนาคม ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางราง ซึ่งตั้งแต่ที่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ยึดหลักบริหารงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ตามที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการไว้มาโดยตลอด พร้อมกับการผสมผสานเพิ่มเติมนโยบายที่เน้นสนองตอบความต้องการของประชาชนภายใต้สถานการณ์สังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ที่ผ่านมากระทรวงฯ ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคตะวันออก เพื่อสนับสนุนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยได้เร่งรัดพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง ให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางบก ได้แก่ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 7 ส่วนต่อขยายช่วงพัทยา – มาบตาพุด และช่วงมาบตาพุด – เชื่อมเข้าท่าอากาศยานอู่ตะเภา พัฒนาทางหลวงชนบทเลียบชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก Thailand Riviera ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต รวมถึงพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง 7 โครงการ และได้รับงบปี 2564 อีก 2 โครงการ เพื่อเติมเต็มโครงข่ายการเดินทางการขนส่งสินค้าสู่ภาคตะวันออกและพื้นที่ EEC และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งภูมิภาคอาเซียน กระทรวงฯ ยังมีวิสัยทัศน์ที่จะพลิกโฉมการขนส่งระบบรางของไทย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและกระจายความเจริญสู่ภาคตะวันออก โดยเปิดมิติใหม่การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร คาดว่าพร้อมเปิดให้บริการในปี 2570 การก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา – คลองสิบเก้า – แก่งคอย และผลักดันการพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงศรีราชา – ระยอง และช่วงมาบตาพุด – ระยอง – จันทบุรี – ตราด ซึ่งในอนาคตจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ Thailand 4.0 ส่งเสริมการค้าการลงทุน สนับสนุนการท่องเที่ยว นอกจากนี้ เมืองพัทยายังได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 3 เมืองต้นแบบในการพัฒนา TOD ตามแผนการดำเนินการศึกษาจัดทำแผนแม่บท TOD ทั่วประเทศ 177 แห่ง

 

นโยบายด้านการคมนาคมขนส่งทางน้ำ ได้เร่งรัดพัฒนาโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งสินค้าทางทะเล พัฒนาเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล จำนวน 2 แห่ง บริเวณหาดแสงจันทร์ จังหวัดระยอง และเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะชายหาดบริเวณหาดจอมเทียน จังหวัดชลบุรี (ระยะที่ 1) รวมถึงส่งเสริมโครงการ Thailand Riviera เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวชายฝั่งภาคตะวันออก พัฒนาท่าเรือ

และเส้นทางเดินเรือท่องเที่ยว โดยเปิดแล้ว 1 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางพัทยา – เขาตะเกียบ และในอนาคตเตรียมเปิดอีก 1 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางสัตหีบ – บางสะพาน ด้านการคมนาคมขนส่งทางอากาศ ได้พัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นท่าอากาศยานพาณิชย์หลัก แห่งที่ 3 ของประเทศ และการพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภา เพื่อยกระดับฝีมือแรงงานในอุตสาหกรรมการบิน เพื่อยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก Aviation Hub ของไทยในภูมิภาค นอกจากการพัฒนาระบบโครงข่ายคมนาคมแล้ว กระทรวงฯ ยังคำนึงถึงความปลอดภัยในการเดินทาง โดยคิดค้นกันชนยางพาราครอบแบริเออร์คอนกรีต (RFB) และเสาหลักนำทางจากยางพารา (RGP) ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้ทาง ตลอดจนยกระดับรายได้ และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรสวนยาง โดยรับซื้อน้ำยางพาราโดยตรงจากเกษตรกร ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทั้งนี้ กระทรวงฯ มีแผนดำเนินการโครงการดังกล่าว ระหว่างปี 2563 – 2565 วงเงิน 85,623 ล้านบาท โดยตั้งเป้าผลิตแผ่นยางหุ้มแบริเออร์ 12,282 กิโลเมตร 83,421 ล้านบาท และหลักนำทางยางพารา 1.063 ล้านต้น 2,202 ล้านบาท คาดว่าจำนวนเงินที่เกษตรกรจะได้รับ 3 ปี รวม 30,108 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณน้ำยางที่ใช้ 1 ล้านตัน เฉลี่ยปีละ 300,000 ตัน ซึ่งปัจจุบันได้ลงพื้นที่จังหวัดต่างๆ เพื่อเดินหน้าโครงการอย่างเป็นรูปธรรม การจัดนิทรรศการและการเสวนาสร้างการรับรู้ฯ ในครั้งนี้ เป็นการสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน โดยภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย การเสวนา หัวข้อ “คมนาคมเคียงข้างคนไทย ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤติ COVID-19” โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหอการค้า โดยนำเสนอมุมมองในฐานะภาครัฐที่ช่วยผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม เพื่อกระตุ้นจ้างงาน กระจายรายได้ ควบคู่ไปกับการปรับบริการ ระบบขนส่งสาธารณะสู่ “New Normal” มุมมองของธุรกิจท่องเที่ยวยุคใหม่ รวมถึงข้อเสนอแนะหรือความต้องการของภาคการท่องเที่ยว การปรับตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยวและความคาดหวังที่มีต่อการพัฒนาด้านคมนาคมขนส่ง และแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การเพิ่มโอกาสทางการค้าด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ตลอดจนความคาดหวังที่มีต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเชื่อมโยงครอบคลุมทุกโครงข่าย อำนวยความสะดวก ในการขนส่งสินค้า ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวและการค้าได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย จากนั้นเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเสวนาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งร่วมไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ภายในงานได้จัดแสดงนิทรรศการผลงานกระทรวงฯ ผ่านสื่อ Multimedia ที่ทันสมัยนำเสนอข้อมูลโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางราง แผนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลและกระทรวงฯ โครงการที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และการส่งเสริมความรู้ด้านการคมนาคมขนส่งและความปลอดภัย

 

          ในโอกาสนี้ นายสิทธิพันธ์ เสือจำศิล ผู้อำนวยการสำนักการเงินการคลัง สถาบันการบินพลเรือน เป็นตัวแทนจากสถาบันการบินพลเรือน เข้าร่วมงานดังกล่าว พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ และรับฟังการเสวนาสร้างการรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยระยะ 20 ปี และส่งเสริมพัฒนาความรู้ด้านการคมนาคมขนส่งและความปลอดภัย ประจำปี 2563 ภายใต้ชื่อ “MOT 2020 Move On Together คมนาคมเคียงข้างคนไทย ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤติ COVID-19”

 

      Transport Minister Saksayam Chidchob presided over the exhibition and talk on building up understanding in the 20-year strategy of Thailand’s transport system development and promoting knowledge development in transport and safety in 2020 under the event of “MOT 2020 Move on Together: Ministry of Transport Stands by Thai People to Recover the Thailand’s Economy and Gets through the COVID-19 Together”. The aforementioned event was held on Friday 9, October 2020, at 10.30 hrs., at Napalai ADC Room, Dusit Thani Hotel, Pattaya, Chonburi Province.     

     On the occasion, Mr. Chayatan Phromsorn, Permanent Secretary of the Ministry of Transport, Mr. Pakkaratorn Tienchai, Chonburi Governor, Senior Executives of the Ministry of Transport, Chiefs in the agencies working under the Ministry of Transport, government agencies, private agencies, general people, and presses and media attended the event.  

 

       Transport Minister Saksayam Chidchob said that the situation of the COVID-19 spreading in the country was recovering and improving in the better direction. The Government of Thailand worked hard with the utmost potentials to find out remedial measures to help people who were affected by the COVID-19 urgently and to rehabilitate and stimulus the shrinking economy system in order to bring back positive expansion in the economy. At the same time, the preventive measures and social distancing were still used in order to build up public trust and create public safety. The Ministry of Transport was considered one of important mechanisms to drive the economy forward. It had roles and responsibilities in controlling and taking good care of land transport, water transport, air transport and rail transport. Since Transport Minister Saksayam Chidchob held the position of Minister of Transport, he had been working by sticking to the management principles under the 20-year-national strategy plan which General Prayut Chan-o-cha had used to implement works, in alignment with the additionally blended policies that focused on responding to the needs of Thai people under the circumstance of changing society and economy.

     Previously, the Ministry of Transport prioritized and focused on the development of transport infrastructures throughout the country, especially in the eastern region of Thailand, to support the Eastern Economic Corridor (EEC). The transport system development was accelerated to be progressed concretely. The land transport system was developed: Motor way No.7, the extension part of Pattaya – Map Ta Phut and Map Ta Phut – connected to U-Tapao Rayong – Pattaya International Airport, development of rural roads along the eastern coast, Thailand Riviera, and Chalerm Burapa Chollathit Road. In addition, the highway networks were developed to support the Eastern Economic Corridor. 7 Development projects were under construction and the other 2 development projects were funded by the budget of the year 2021. The goals of development projects were to fulfill the transport networks to transport cargo to the eastern region of Thailand and the EEC area and to leverage Thailand to become the hub of transport in the ASEAN region.             

     Moreover, the Ministry of Transport had visions to change the rail transport system of Thailand in order to support the economy, allocate prosperity and develop the eastern part of Thailand. The new dimension of the rail transport system development was travelling by the high speed train which its route connected with three airports (Don Mueang – Suvarnabhumi – U – Tapao), with the route distance of 220 km. It was expected that the high speed train would have been opened for services by 2027. The double track railway construction project would be implemented in Chachoengsao Province – Klong Sib Kao – Khaeng khoi and the double track railway project development was driven forward in Sriracha – Rayong Province and in Map Ta Phut – Rayong Province – Chantaburi Province – Trad Province. In the future, the rail transport would be an important mechanism to drive the Thailand’s economy toward Thailand 4.0, support commerce and investment, and support tourism. In the eastern region, Pattaya City was selected as one of the three prototype cities of TOD development according to the implementation plan on the study and preparation of TOD master plan in 177 areas throughout Thailand.                           

     According to the water transport policies, the Laem Chabang Port Project in Phase 3 was developed urgently in order to enhance the competencies in sea freight, develop and improve revetments for coastal protection in the 2 locations at Saeng Chan Beach, Rayong Province, and fill sand for beach nourishment to prevent beach erosion at the area of Jomtien Beach, Chonburi Province (Phase 1). In addition, the Thailand Riviera Project was promoted and supported in order to boost up tourism in the eastern coast areas and develop ports.            

     For the tourist boat route, 1 route was opened which was the route of Pattaya – Khao Ta Kiep. In the future, another 1 route would be opened: The route of Sattahip – Bang Saphan. For the air transport development, U-Tapao Rayong – Pattaya International Airport was developed into the country’s third main commercial airport and the Aeronautical and Space Training Center (ASTC), U-Tapao, was developed in order to leverage skills of labors working in the aviation industry and leverage Thailand to become the aviation hub in the eastern region of Thailand and ASEAN. Apart from the transport network system development, Ministry of Transport considered the transport safety and invented the Rubber Fender Barriers (RFB) and Rubber Guide Post (RGP) which helped to reduce severity of an accident, decrease the number of deaths and properties of the road users, and raise the income level and life quality of rubber farmers. The Ministry of Transport directly bought latex (liquid rubber) from rubber farmers, without buying through middlemen. The Ministry of Transport planned to implement the rubber related projects from 2020 – 2022 under the budget of 85,623 million Bahts. The production goal was set to produce the Rubber Fender Barriers (RFB) for the distance of 12,282 km in the amount of 83,421 million Bahts and produce the 1.063 million Rubber Guide Posts (RGP) in the amount of 2,202 million Bahts.      

      It was expected that the amount of money which the rubber farmer would receive in 3 years would be 30,108 million Bahts in total. It could be calculated that the latex quantity of one million ton would take 300,000 tons each year at average. Currently, the Ministry of Transport visited many provinces to drive relevant projects forward concretely and held exhibitions and talks to create perception. The event of “MOT 2020 Move on Together: Ministry of Transport Stands by Thai People to Recover the Thailand’s Economy and Gets through the COVID-19 Together” was held to create understanding, perception and engage people in participation. In the event, there were many activities comprising of the talk regarding the topic of “MOT 2020 Move on Together: Ministry of Transport Stands by Thai People to Recover the Thailand’s Economy and Gets through the COVID-19 Together” conducted by expert speakers from the government sector, public sector, local administrative organizations, and Chamber of Commerce. Views and perceptions were presented from the government sector which supported and drove the development of the transport infrastructures forward. Pushing the development of the transport infrastructures forward helped to stimulate employment, allocation of incomes in alignment with the improvement in public transport system services toward “New Normal”, and new tourism business perceptions. The expert speakers also provided suggestions and talked about needs in the tourism sector, adaptions of the tourism business sector, expectations toward the transport development, recovery and rehabilitation guidelines for the economy, enhancement of commercial opportunities by promoting tourism to allocate incomes within regions, expectations toward the infrastructure development to connect all networks, and facilitation for cargo transport. People could access to tourist attractions, trade and commerce quickly and safely. Opportunities were opened for the talk attendants to exchange opinions to find out guidelines on the development of transport system including the development of economy, trade, investment and tourism. In addition, the event had exhibitions to display works of the Ministry of Transport via advanced and updated multimedia. Information was presented regarding the important transport projects which were in progress: land transport, water transport, air transport and rail transport, strategic plans by the Government of Thailand and by Ministry of Transport, projects which were interested by public, and the promotion and support of transport and safety knowledge.                                                             

           On the occasion, Mr. Sittipun Suachamsil, Director of President Bureau, CATC, was the CATC representative who attended the aforementioned event, visited the exhibition and listened to the talk regarding the building up of understanding in the 20-year strategy of Thailand’s transport system development and promoting knowledge development in transport and safety in 2020 under the event of “MOT 2020 Move on Together: Ministry of Transport Stands by Thai People to Recover the Thailand’s Economy and Gets through the COVID-19 Together”.

********************************************* 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง