สถาบันการบินพลเรือน

Civil Aviation Training Center

สถาบันการบินพลเรือน (Civil Aviation Training Center)

ศูนย์ชำนัญพิเศษด้านการบินพลเรือนแห่งภูมิภาค

สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) เดิมเรียกว่า ศูนย์ฝึกการบินพลเรือนในประเทศไทย  ก่อตั้งขึ้นเมื่อ  วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2504   โดยความร่วมมือระหว่างกองทุนพิเศษแห่งสหประชาชาติ (United  Nations Special Fund: UNSF) องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization :ICAO) และรัฐบาลไทย มีวัตถุประสงค์เพื่ออบรมนักศึกษาไทยและนักศึกษาจากประเทศในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ในวิชาชีพแขนงต่าง ๆ ของกิจการบินพลเรือนให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานสากลที่กำหนดขึ้น โดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ   เพื่อก่อให้เกิดความปลอดภัยในด้านการบิน  โดยในระยะแรกเป็นการดำเนินงานร่วมกันในรูปของคณะกรรมการบริหาร (Governing Board) และกรรมการที่ปรึกษา (Advisory Board) จนกระทั่งในปี     พ.ศ. 2509 รัฐบาลไทยจึงได้รับโอนมาดำเนินการเอง  และในปี พ.ศ. 2516 คณะรัฐมนตรีมีมติให้เปลี่ยนฐานะของศูนย์ฝึกการบินพลเรือนในประเทศไทยเป็นหน่วยงานหนึ่งในกรมการบินพาณิชย์ (ปัจจุบัน คือ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย) เป็นการชั่วคราวโดยยังมิได้มีกฎหมายรองรับจนกระทั่งเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2530 ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้เป็นส่วนราชการระดับกองในสังกัดกรมการบินพาณิชย์ โดยมีส่วนอำนวยการและสถานฝึกอบรมวิชาภาคพื้นที่กรุงเทพมหานคร และศูนย์ฝึกอบรมด้านการบินและเครื่องช่วยเดินอากาศ ณ ท่าอากาศยานหัวหิน  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ในปี พ.ศ. 2535 กรมการบินพาณิชย์ได้เสนอให้มีการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานของศูนย์ฝึกการบินพลเรือนในประเทศไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้การดำเนินงานมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสามารถรองรับการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมการบินที่ขยายตัวมากขึ้น  โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง “สถาบันการบินพลเรือน” (Civil Aviation Training Center)  มีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม  มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2535 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการผลิตและพัฒนาบุคลากรทางด้านการบินพลเรือน  รวมทั้งดำเนินกิจการเกี่ยวกับบริการช่างอากาศยาน  บริการอากาศยานและกิจการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับกิจการบิน  โดยได้รับโอนกิจการของกรมการบินพาณิชย์ในส่วนของศูนย์ฝึกการบินพลเรือนในประเทศไทยมาดำเนินการ  เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2536 และได้รับทุนประเดิมจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ปัจจุบัน คือ บริษัท   ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน))

ต่อมา สบพ. ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกา 2 ครั้ง กล่าวคือ ครั้งที่ 1 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2540 แก้ไขเพื่อให้คณะกรรมการ สบพ. สามารถแต่งตั้งผู้รักษาการแทนผู้ว่าการจากกรรมการ สบพ. ได้ นอกเหนือจากการแต่งตั้งพนักงานเป็นผู้รักษาการแทนผู้ว่าการ ในกรณีที่ผู้ว่าการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือตำแหน่งผู้ว่าการว่างลง

การแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 2  ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2549 แก้ไขเพื่อปรับปรุงขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ สบพ. ให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น การทำความตกลงหรือร่วมมือกับองค์การ หรือหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของ สบพ.  การจัดตั้งบริษัท จำกัด หรือบริษัทมหาชน จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจในกิจการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของ สบพ. เป็นต้น