สถาบันการบินพลเรือน

Civil Aviation Training Center

feature_post

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายในการดำเนินงานแก่สถาบันการบินพลเรือน ภายใต้แนวคิด “เชื่อมไทย เชื่อมโลก”

Mr. Thaworn Senneam, Deputy Minister of Transport, and His Team, Visit CATC and Transfer the Implementation Policy under the Concept, “Connect Thailand, Connect the World”, to CATC.

 

     นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายเจือ ราชสีห์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ประจำนายถาวร เสนเนียม) นำคณะที่ปรึกษา เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปภาระหน้าที่ แนวทางการดำเนินงาน ผลการดำเนินงานโครงการที่สำคัญ และมอบนโยบายในการดำเนินงานแก่ สบพ. โดยมี พลอากาศเอกเผด็จ วงษ์ปิ่นแก้ว ประธานกรรมการ สบพ. พลเรือตรี ปิยะ อาจมุงคุณ ผู้ว่าการ สบพ. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงาน ร่วมให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563 ณ สบพ. กรุงเทพฯ

สำหรับการตรวจเยี่ยมฯ ในครั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบนโยบายในการดำเนินงาน และแนวทางขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติเพื่อการพัฒนา สบพ. ไปสู่ความยั่งยืน แก่สถาบันการบินพลเรือน ภายใต้แนวคิด “เชื่อมไทย เชื่อมโลก” โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้

1.การศึกษาเฉพาะทางด้านการบินบนพื้นฐานของผลลัพธ์ เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรที่มีความพร้อมในการแข่งขันระดับสากล เพื่อสร้างให้ สบพ. เป็นศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศในวิชาชีพด้านการบินที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เช่น การยกระดับมาตรฐานการฝึกอบรมไปสู่ Regional Training Centre of Excellence (RTCEs) ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ พร้อมพัฒนาและฝึกอบรมบุคลากรในอุตสาหกรรมการบินที่มีคุณภาพเป็นมาตรฐานเพื่อสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งทางอากาศ ผลิตช่างอากาศยานมาตรฐาน European Aviation Safety Agency (EASA) B1/B2 รวมทั้งสร้างระบบกลไกที่เป็นรูปธรรมในการให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยาน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมการให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยานของประเทศและภูมิภาค

  1. วิจัยและสร้างนวัตกรรมด้านการบินเชิงบูรณาการเพื่อสนองตอบสังคมและประชาคมโลก โดยริเริ่ม พัฒนา ขับเคลื่อน และประสานการดำเนินงานโครงการวิจัยและนวัตกรรมเกี่ยวกับกิจการการบินพลเรือนของประเทศและภูมิภาค รวมถึงเสริมสร้างความเข้มแข็งของหน่วยงานในการเพิ่มศักยภาพด้านการวิจัย และพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรม กับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนพัฒนารูปแบบและกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางข้อมูลของประเทศที่มีการให้บริการข้อมูลความรู้ด้านการบินในทุกมิติ พร้อมเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศอย่างเป็นระบบ
  2. ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและบริการวิชาการทางด้านการบินด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งเสริมความร่วมมือและการบริการวิชาการที่สนองตอบต่อความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ที่สามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่ สบพ. ได้อย่างเป็นรูปธรรม และส่งเสริมให้หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของ สบพ. มีศักยภาพในการบริการวิชาการและวิชาชีพ ยกระดับให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อสร้างโอกาสทางการแข่งขัน เช่น ส่งเสริมการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ให้เหมาะสมกับภาคอุตสาหกรรมด้านการบินที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา มีการวางแผนการผลิตบุคลากรตามความต้องการของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการบินและพันธมิตร ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ รวมทั้งพัฒนาและขยายหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอย่างครบวงจร พร้อมดำเนินการโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม
  3. การบริหารจัดการองค์กรเพื่อความยั่งยืน ประกอบด้วย

4.1 สร้างระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพ โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาล

– ให้สามารถวิเคราะห์ต้นทุนของการดำเนินการและการวางแผนทางการเงินที่ดีโปร่งใสตรวจสอบได้

– บริหารจัดการกลยุทธ์และการดำเนินการเพื่อความยั่งยืนขององค์กรให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก

– ส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามระบบเพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เกิดความเป็นหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคีในองค์กร

4.2 สร้างแรงจูงใจแก่บุคลากรทุกระดับโดยปรับระบบค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมและความก้าวหน้าในวิชาชีพที่เป็นธรรม

4.3 ปรับปรุงกฎระเบียบและวิธีการปฏิบัติงานให้มีความคล่องตัวและทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

4.4 ใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการเพิ่มพูนรายได้ และควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต

  1. การสร้างภาพลักษณ์และการส่งเสริมพัฒนาทรัพยากรบุคคลและกายภาพ เพื่อการแข่งขันระดับโลก โดยสร้างให้ สบพ. มีภาพลักษณ์ที่โดดเด่น ในการสร้างและผลิตบุคลากรด้านการบิน ผลงานวิจัยและวิชาการด้านการบิน ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล วางแผนและพัฒนาบุคลากร สร้างความเป็นมืออาชีพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ ส่งเสริมพัฒนาสภาพแวดล้อม กระบวนการทำงาน การบริหารให้ทันสมัย ทบทวนแผนบริหารการจัดการของศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภาให้คุ้มค่ากับเงินลงทุน เหมาะสมกับเวลา โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และองค์กรได้รับประโยชน์สูงสุด และให้ สบพ. เป็นหน่วยงานหลักของรัฐบาลในการกำหนดมาตรฐานการผลิตบุคลากรต้นแบบด้านการบินให้กับประเทศไทยและต่างประเทศ

       ในโอกาสนี้ สถาบันการบินพลเรือน ได้นำเรียนปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการองค์กร โดย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะที่ปรึกษา ได้ให้คำแนะนำแนวทางการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ สบพ. เป็นองค์กรที่มีความเข้มแข็ง และยังคงเป็นสถาบันแห่งความเป็นเลิศด้านวิชาชีพในอุตสาหกรรมการบินแบบครบวงจรที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล

 

     Mr. Thaworn Senneam, Deputy Minister of Transport, together with Mr. Jua Ratchasee, Assistant Secretary for the Minister of Transport (working for Mr. Thaworn Senneam), took the consulting team to visit the Civil Aviation Training Center (CATC) and to see the work operations at the CATC. In addition, they listened to the CATC’s briefings on missions, responsibilities, operation guidelines, and performances in the important projects. Also, they transferred the implementation policy to CATC. On the occasion, Air Chief Marshal Padet Wongpinkaew, Chairman Board of Director, CATC, and RAdm. Piya Atmungkun, RTN, President of CATC, together with CATC executives and staff, took an opportunity to welcome Deputy Minister of Transport and his Assistant Secretary, on January 22, 2020 at CATC, Bangkok.    

According to the visit, the Deputy Minister of Transport transferred the implementation policy and the guideline on the driving of policy into practice for the CATC development, leading to sustainability under the concept, “Connect Thailand, Connect the World”. The guideline involved the topics as below.

  1. Education for specific purpose in aviation, based on results, was expected to build up skills and train personnel to be ready and be competitive at the international level, in order to transform the CATC into the center of excellence in aviation career, which was full of quality and was qualified by the internationally accepted standards. The training standards of CATC were expected to be uplifted and driven toward the Regional Training Centre of Excellence (RTCEs), approved by International Civil Aviation Organization (ICAO).

     Personnel in aviation industry were expected to be trained and improved to become qualified aviation personnel, in compliance with aviation standards. This was to support CATC in terms of becoming the center of air freight, and aircraft mechanic training which complied with the European Aviation Safety Agency Standard (EASA) B1/B2, and building up the concretely mechanical system of aircraft maintenance services in order to enhance competencies in the improvement of aircraft maintenance service industry in the country and the region.    

 

  1. Research and innovations in the integrated aviation were expected to meet the needs of society and global community. They were initiated, developed, driven and coordinated in terms of the research and innovation project implementation, regarding the civil aviation trainings in the countries and regions. This included the strengthening of agencies in terms of enhancing research competencies, developing and improving cooperation with various agencies in research and innovations at domestic and international levels, improving strategies to support Thailand to become the information hub of aviation that could provide services and disseminate knowledge on aviation in every aspect, and systematically disseminating information on information technology.
  2. Cooperation with the industrial section was made and academic services in aviation were provided with social responsibility to promote the cooperation and academic services that responded to the needs of business and industrial sections that were able to create yields to CATC concretely. Furthermore, agencies under the control of CATC were promoted to have potentials in academic services and professions, and they were uplifted to comply with the international standards, creating chances of competitions. In order to be competitive, relevant activities were implemented, such as promoting the re-structuring of the organization to be suitable for the aviation industry which was changing rapidly all the time, planning of the personnel training to meet the needs of entrepreneurs in the aviation industry and alliances in terms of quantity and quality, improving and expanding study programs to comply with the needs of the job markets in one-stop service, implementing projects and activities by fairly considering all groups of stakeholders, and having social responsibility.
  3. Organizational management for sustainability was comprised of:

4.1 Creating management system that complied with quality, transparency, fairness and accountability according to good governance. 

– Costs of activity and project implementation were able to be analyzed and the financial plans were transparent and accountable.  

– Strategy management and implementation for sustainability of the organization were expected to comply with changes from both internal and external factors.  

– All agencies were promoted to operate works in compliance with the system to conduct management in the same direction, leading to unification and harmony in the organization.

4.2 Motivation was made among personnel at all levels by properly and fairly adjusting remuneration system, benefits and career path. 

 

4.3 Regulations and work operational methods were amended, improved and updated for agility and matched the potentially changing situation in the future. 

4.4 Available assets were used at the utmost benefit to increase incomes, and expenses were controlled for self-reliance in the future.

  1. Image creating, personnel improvement promoting and physical strength promoting were undertaken to build up competencies to compete at the global level. As a result, CATC was shaped in terms of creating an outstanding image in training and sending aviation personnel to work in the aviation industry, conducting research and academic services in aviation in order to be accepted at international level, planning and developing personnel’s skills, creating professionalism to enhance competitive potentials and competencies, supporting the improvement of working environment, working procedure and management to be modern and up-to-dated, reviewing the management plan of Aeronautical and Space Training Center, U-Tapao (ASTC, U-Tapao), to be worth the investment capital, time, transparency, fairness, accountability, and gaining the utmost benefits. The CATC was assigned to be the main government agency in determining the standards of training the prototyped aviation personnel in Thailand and abroad.

       On the occasion, CATC mentioned the challenges and obstacles in the organizational management in the meeting. Then, the Deputy Minister of Transport and his consulting team gave suggestions, regarding the implementation guidelines to solve occurred problems, in order to support CATC, as the organization of strength and professional excellence in aviation industry. CATC was also considered the excellent one-stop-service aviation institute which was qualified according to the international standards. 

 

***********************************************