สถาบันการบินพลเรือน

Civil Aviation Training Center

feature_post

ผู้ริเริ่มหลักสูตรใหม่ “นายช่างภาคพื้นดิน”
หลักสูตรนายช่างภาคพื้นดินสาขาวิชาช่างเครื่องบินวิชาเอกเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์
Aircraft Maintenance Engineer License Course: AMEL (Aeroplanes Turbine)

จุดเริ่มต้นของหลักสูตรใหม่ นับตั้งแต่ประเทศไทยโดนจับตามองด้านมาตรฐานการบิน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เพียงแต่ กพท. ต่างช่วยกันแก้ไขปัญหาและปลดธงแดง จนกระทั่งในปี 2560 เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้รับการปลดธงแดงจาก ICAO เป็นผลสำเร็จ แต่เราก็ยังไม่หยุดยั้งในการพัฒนามาตรฐานการบินอย่างต่อเนื่อง ในปี 2562 สบพ. ได้เปิดหลักสูตรใหม่ “นายช่างภาคพื้นดิน” หลักสูตรซ่อมบำรุงอากาศยานที่พัฒนาจากหลักสูตรเดิมของ สบพ. (หลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชานายช่างบำรุงรักษาอากาศยาน) ที่มีมาตรฐานหลักสูตรเป็นไปตามประกาศของ กพท. อ้างอิงกับ ICAO Doc7192 Part D-1 Training Manual เป็นหลัก ซึ่งถือเป็นเพียงข้อกำหนดขั้นต่ำ (minimum requirements) เท่านั้น หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจาก กพท. ซึ่งนอกจากจะเป็นการการันตีมาตรฐานของหลักสูตรแล้ว ผู้สำเร็จการศึกษายังได้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ในสายอาชีพอีกด้วย เช่น ได้รับการยกเว้นการทดสอบภาคปฏิบัติและการฝึกอบรมอากาศยานขนาดเล็ก ใช้ค่าประสบการณ์เพียง 2 ปีจากเดิม 4 ปี ในการขอใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดิน เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นหลักสูตรเทียบเท่าคุณวุฒิระดับอนุปริญญาจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) อีกด้วย แต่จากการวิเคราะห์ภาพรวมของอุตสาหกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยานแล้ว จะพบว่า ข้อกำหนดขององค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) นั้นมีบทบาทในวงการการบินของโลกอย่างเห็นได้ชัด กล่าวคือ นอกจากประเทศในทวีปยุโรปแล้ว ในตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย จีน หรือแม้กระทั่งประเทศในกลุ่มอาเซียนกว่าครึ่ง ต่างก็มีการพัฒนาปรับปรุงกฏหมายของตน ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ EASA ทั้งสิ้น (EASA-aligned Country) ซึ่งหนึ่งในข้อกำหนดที่สำคัญก็คือการให้การรับรองสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินนั่นเอง “จริงๆ แล้วปัญหาธงแดงของไทยในปี 2558 นั้นไม่ได้เกี่ยวกับโรงเรียนฝึกอบรมช่างอากาศยานโดยตรง แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงด้วย ซึ่งพอดีกับช่วงนั้น ด้วยความที่เป็นศิษย์เก่าของหลักสูตรนี้ ผมพยายามหาข้อมูลว่าทำอย่างไรถึงจะพัฒนาหลักสูตรของเราให้ไปได้ไกลกว่านี้บ้าง เสริมสร้างจุดแข็ง พัฒนาจุดด้อย เพื่อที่จะทำให้ สบพ. มีระบบการฝึกอบรมช่างอากาศยานที่แข็งแกร่งขึ้น และสามารถผลิตนักศึกษาได้มีศักยภาพและมีมาตรฐานยิ่งขึ้น ผมจึงได้คิดโครงการที่จะพัฒนาหลักสูตรใหม่ให้ได้ตามมาตรฐาน EASA ขึ้นมา โดยมีการวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) ระหว่างข้อกำหนดการรับรองสถาบันและหลักสูตรฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินของ กพท. และ EASA รวมทั้งเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอนุปริญญาของ สกอ. อีกด้วย ไม่เพียงแต่การพัฒนาหลักสูตรแต่เพียงเท่านั้น ผมยังต้องจัดทำแผนพัฒนา สบพ. เพื่อขอรับการรับรองเป็นสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินตามมาตรฐาน EASA (Foreign EASA Part-147 Maintenance Training Organization)ในด้านอื่นๆ ด้วย ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการหลักสูตร ด้านบุคลากรและโครงสร้างองค์กร ด้านอุปกรณ์ประกอบการฝึกอบรม และด้านสิ่งอำนวยความสะดวก อาคารและสถานที่ ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีสถาบันไหนได้รับการรับรองครับ

หลักสูตรนายช่างภาคพื้นดิน ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 กระทั่งสามารถเปิดหลักสูตรนำร่องได้ในปีการศึกษา 2562 ภายได้การรับรองจาก กพท. ซึ่งถือว่าประจวบเหมาะกับที่เมื่อต้นปีนี้เอง ทาง กพท. ได้มีการส่งสัญญาณให้ สบพ. ทราบว่า อีกไม่นานเกินรอ ประเทศไทยเรามีแนวโน้มที่จะปรับปรุงข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมบำรุงอากาศยานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ EASA ตามมาตรฐานยุโรป ทั้งนี้เพื่อความสอดประสานของข้อกำหนด (Harmonization) และเกิดการยอมรับระหว่างประเทศ (International Recognition) ถือว่าหลักสูตรของเรานั้นเป็นการพัฒนานำหน้าไปก่อนแล้ว โดยที่ไม่รู้ล่วงหน้าว่า กพท. จะมีการเปลี่ยนข้อกำหนดหรือไม่ อย่างไร ซึ่งตอนที่ผมทำหลักสูตรใหม่นี้ก็ต้องทำให้เป็นไปตามทุกมาตรฐาน ทั้ง กพท., ICAO, EASA และ สกอ. ดังนั้นตัวหลักสูตรนี้จึงมีความเข้มข้นขึ้นมาก ซึ่งเมื่อ กพท. เปลี่ยนข้อกำหนดไปอิงกับ EASA แล้ว ก็จะเป็นผลดีกับนักศึกษาของเราทุกคนอย่างแน่นอน ต้องขอขอบคุณผู้บริหารทุกๆท่าน ตลอดจนทุกๆฝ่ายที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ด้วยครับ

ภาพรวมของหลักสูตร สำหรับหลักสูตร“นายช่างภาคพื้นดิน” จะประกอบไปด้วยกิจกรรมหลักทั้งสิ้น 4 กิจกรรมคือ
1. การฝึกอบรมภาคทฤษฎี (Theoretical Training)
2. การทดสอบภาคทฤษฎี (Knowledge Examination)
3. การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ (Practical Training)
4. การประเมินผลภาคปฏิบัติ (Practical Assessment)

โดยการฝึกอบรมในหลักสูตร“นายช่างภาคพื้นดิน” จะแบ่งออกเป็น 4 ชุดวิชา คือ
1. ชุดวิชาพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ สำหรับช่างอากาศยาน
2. ชุดวิชาพื้นฐานด้านการบินและระเบียบปฏิบัติในการซ่อมบำรุงอากาศยาน
3. ชุดวิชาเชิงเทคนิคเฉพาะทาง แบ่งตามสาขาวิชา
4. ชุดวิชาด้านความปลอดภัย ปัจจัยมนุษย์และกฎหมายด้านการบ

โดยแต่ละชุดวิชาจะถูกเรียงลำดับ เพื่อฝึกอบรมนักศึกษาให้เป็นช่างอากาศยานที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการในอุตสาหกรรมการบินของประเทศและภูมิภาค

การเรียนในโรงเรียนและโรงงานควบคู่กัน การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ (Practical Training) ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญมากของหลักสูตรนี้ โดยจะแบ่งการฝึกอบรมเป็น 2 ส่วน คือ
1. การฝึกอบรมภาคปฏิบัติในสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินหรือในโรงเรียน (Practical Training in Maintenance Training Organization)
2. การฝึกอบรมภาคปฏิบัติในสถานประกอบการจริง หรือในโรงงาน (Practcal Training in Actual Maintenance Environment)
การฝึกอบรมในลักษณะนี้ รู้จักกันดีในชื่อ “การศึกษาระบบทวิภาคี (Dual Education System)” นั่นเอง เนื่องจากข้อกำหนด EASA บังคับว่าการฝึกอบรมภาคปฏิบัติอย่างน้อย 30% จะต้องเกิดในสภาพแวดล้อมการซ่อมบำรุงจริง จึงเป็นเหตุผลให้เราวางโครงสร้างหลักสูตรที่จะทำให้นักศึกษาได้ฝึกอบรมภาคปฏิบัติในสถานประกอบการจริง โดยซ่อนการฝึกอบรมภาคปฏิบัติไว้กับการฝึกงานในภาคการศึกษาสุดท้าย จะเห็นได้ว่า เราเรียกว่าการฝึกงานก็จริง แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่แค่การฝึกงานอย่างที่เราคุ้นเคย มันคือการฝึกอบรมภาคปฏิบัติที่มีการออกแบบหัวข้อการฝึกอบรม รูปแบบการฝึกอบรมและการประเมินผลที่ชัดเจน ทั้งนี้ สบพ. ได้สื่อสารและทำความเข้าใจกับสถานประกอบการต่างๆ ในประเทศ เพื่อทำข้อตกลงความร่วมมือ (Partnership Agreement) ระหว่างกันเกี่ยวกับการฝึกอบรมภาคปฏิบัติในสถานประกอบการจริง โดยนักศึกษาหลักสูตรใหม่รุ่นแรกของเราจำนวน 56 คน จะได้หมุนเวียนกันไปฝึกงานในสถานประกอบการ/สายการบินต่างๆ เราเชื่อว่าทุกคนจะได้ฝึกงานกันอย่างเข้มข้นแน่นอน ถือเป็นการร่วมมือแลกเปลี่ยนระหว่างสถาบันฝึกอบรมและสถานประกอบการในการผลิตช่างอากาศยานร่วมกัน เป็นการการันตีศักยภาพและคุณภาพของนักศึกษา ทั้งยังทำให้เชื่อมั่นได้ว่าเราจะสามารถผลิตช่างอากาศยานที่เป็นไปตามความต้องการของตลาดแรงงานจริงอีกด้วยครับ”

หลากหลายสาขาน่าสนใจ ภายในหลักสูตร จากการมองภาพรวมความต้องการของตลาด ข้อกำหนดด้านการบินของทั้ง ICAO, EASA, กพท. และข้อกำหนดด้านการศึกษาของ สกอ. เพื่อจะทำการสอดประสานทุกข้อกำหนดดังกล่าวให้เป็นหลักสูตรเดียวในชื่อ “นายช่างภาคพื้นดิน” นั้น (หลักสูตรเทียบเท่าคุณวุฒิระดับอนุปริญญา) ได้มีการแบ่งสาขาวิชาต่างๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้
1. สาขาวิชาช่างเครื่องบิน (Aeroplane Mechanics) วิชาเอกเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์และวิชาเอกเครื่องยนต์ลูกสูบ
2. สาขาวิชาช่างเฮลิคอปเตอร์ (Helicopter Mechanics) วิชาเอกเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์และวิชาเอกเครื่องยนต์ลูกสูบ
3. สาขาวิชาช่างเอวิโอนิกส์ (Avionics Mechanics)
โดยสามสาขาวิชาแรกนี้แบ่งตามประเภทของใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดินมาตรฐาน EASA (Aircraft Maintenance License Category) ซึ่ง สบพ. มีแผนที่จะยื่นขอรับการรับรองเป็นสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินมาตรฐาน EASA (Foreign EASA Part-147) ในปลายปี 2563 โดยในระยะแรก จะเปิดดำเนินการในสาขาวิชาช่างเครื่องบิน (B1-Mechanical) เป็นหลักสูตรนำร่องและจะเปิดสาขาวิชาช่างเอวิโอนิกส์ (B2-Avionics) เป็นลำดับถัดไป สำหรับสาขาวิชาสุดท้ายคือ
4. สาขาช่างโครงสร้างอากาศยาน (Aircraft Structure Mechanics) พัฒนาเพื่อรองรับอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอากาศยานและการซ่อมบำรุงโครงสร้างอากาศยานโดยตรงในอนาคต แม้ว่าในปีการศึกษา 2562 นี้ (AMEL58) สบพ.จะเพิ่งเปิดสอนหลักสูตรใหม่เป็นปีแรก ซึ่งถือเป็นหลักสูตรนำร่องที่ได้รับการรับรองจาก กพท. และมีเพียงสาขาเดียวคือสาขาวิชาช่างเครื่องบิน วิชาเอกเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์ แต่ในหลักสูตรนี้เราได้มีการฝึกอบรมเครื่องยนต์ลูกสูบและการซ่อมบำรุงอากาศยานขนาดเล็กเพิ่มเติมเข้าไปด้วย จึงเหมือนกับว่านักศึกษาของเราเรียนจบพร้อมกัน 2 หลักสูตรเลยก็ว่าได้ อีกทั้งเรายังมีแผนที่จะขอรับการรับรองสถาบันและหลักสูตรฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินจาก EASA ในปลายปี 2563 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาการฝึกอบรมช่างอากาศยานของไทย และในอนาคตข้างหน้า หลังจากได้รับการรับรองจาก EASA แล้ว สบพ. ก็จะทยอยเปิดสาขาอื่นๆ ในหลักสูตรนี้เพิ่มขึ้นอีก และในอนาคตก็จะมีการพัฒนาหลักสูตรอื่น ที่เกี่ยวข้องต่อไป

จุดเด่นของหลักสูตรใหม่กับอนาคตการทำงาน โดยปกติแล้วคุณสมบัติและกระบวนการขอใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดินของไทยจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆด้วยกัน ได้แก่
1. Knowledge (การทดสอบภาคทฤษฎี)
2. Skill (การทดสอบความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ – Skill Test)
3. Experience (การเก็บประสบการณ์)

ซึ่งหลักสูตร “นายช่างภาคพื้นดิน” ของ สบพ. ถือเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจาก กพท. ดังนั้นนักศึกษาที่จบจากหลักสูตรนี้จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารบทดสอบภาคปฏิบัติ (Skill Test) เนื่องจากถือว่าในหลักสูตรมีการฝึกอบรมภาคปฏิบัติรวมทั้งมีการทดสอบภาคปฏิบัติอยู่แล้วในตัว นอกจากนี้ยังได้รับการยกเว้นไม่ต้องผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตร Unpressurized Piston Engine Aircraft เนื่องจากถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรแล้ว อีกทั้งยังได้รับสิทธิพิเศษในการเก็บประสบการณ์เพียงแค่ 2 ปี (จากปกติ 4 ปี) ก็จะได้รับใบอนุญาต เรียกได้ว่า นักศึกษาของเราก็จะมีโอกาสเติบโตก้าวหน้าในการทำงานสำหรับสายอาชีพช่างอากาศยานได้เร็วกว่าจบจากที่อื่นนั่นเอง ไม่เพียงเท่านั้น ผมเชื่อว่า ด้วยโครงสร้างหลักสูตร ระบบการบริหารจัดการหลักสูตร บุคลากรที่เรามีและรูปแบบการจัดการฝึกอบรมแบบใหม่นี้ จะช่วยเพิ่มคุณภาพนักศึกษาให้มากกว่าเดิม ทำให้เราสามารถผลิตช่างอากาศยานที่ดี เก่งและตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้นด้วยครับ

ในอนาคต เมื่อทาง กพท. ประกาศใช้ข้อกำหนดเดียวกันกับ EASA และมากไปกว่านั้น เมื่อ สบพ. ได้รับการรับรองเป็น Foreign EASA Part-147 แล้ว (คาดว่าไม่เกินปี 2565 ตามแผน) จะทำให้นักศึกษาที่จบหลักสูตร “นายช่างภาคพื้นดิน” จาก สบพ. สามารถไปทำงานในประเทศอื่นที่ใช้ข้อกำหนดของ EASA เหมือนกันได้ เพราะหน่วยงานด้านการบินของประเทศเหล่านั้นจะยอมรับมาตรฐานสากลเดียวกัน เรียกได้ว่ามีความเป็นอินเตอร์เนชั่นแนลอย่างแท้จริง

ขอบคุณ นายวรฑา กุลเกียรติประวัติ

บทความที่เกี่ยวข้อง