สถาบันการบินพลเรือน

Civil Aviation Training Center

feature_post

          แม้ว่าตลอดปี พ.ศ. 2559 อุตสาหกรรมการบินของไทยจะยังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ติดด้วยกระดูกชิ้นโตที่เรียกว่า “ธงแดงของ ICAO” แต่อุตสาหกรรมการบินของไทยกลับสามารถขยายตัวอย่างต่อเนื่องคงไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่า ปี 2559 นี้ ก็ยังคงเป็นปีทองอีกหนึ่งปีของอุตสาหกรรมการบินของไทย

          ข้อมูลผลการดำเนินงานประจำปี 2559 (ตุลาคม 2558-กันยายน 2559) ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ระบุว่าปริมาณผู้โดยสารรวมของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ในความรับผิดชอบของ ทอท. มีจำนวน 90 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 12.21 โดยแบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 51.16 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 35.84 ล้านคน ในขณะที่ปริมาณเที่ยวบินรวมอยู่ที่ 581,099 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.03 แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศจำนวน 300,885 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศอยู่ที่ 280,214 เที่ยวบิน นอกจากการเติบโตของปริมาณผู้โดยสารเครื่องบินและปริมาณเที่ยวบินแล้ว ผลประกอบการของสายการบินของไทยหลายๆแห่งในปีนี้ ก็ยังมีการขยายตัวขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนประการหลักก็คือ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดต่ำลง รวมทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งแม้ว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 การจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญจะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงไปบ้าง แต่การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มสแกนดิเนเวียและรัสเซียจะช่วยฟื้นสถานการณ์ให้ดีขึ้น

ถามก็คือ แล้วแนวโน้มสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการบินของไทยในปี พ.ศ. 2560 ล่ะ

          จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2560 นั้น สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 3.4 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.9-3.9) ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขของปี 2559 และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะมีจำนวน 37.2 ล้านคน (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 36.24-38.24 ล้านคน) โดยอัตราการขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 12 ในขณะที่ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบในปี 2560 คาดว่าจะอยู่ที่ 49.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ซึ่งราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 41.0 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งหากพิจารณาจากข้อมูลเบื้องต้นนี้ ก็มีแนวโน้มเป็นไปได้ว่า อุตสาหกรรมการบินของไทยในปี 2560 ก็น่าจะมีแนวโน้มการเติบโตใกล้เคียงกับปี 2559 แต่ผลกำไรอาจน้อยกว่า

          อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมการบินของไทยในปี 2560 นั้น คงหนีไม่พ้นการดำเนินการ ปลดล็อกธงแดงของ ICAO อย่างเร่งด่วน ซึ่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่าจะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จในปี 2560 นี้ รวมไปถึงในเรื่องการเตรียมความพร้อมของทรัพยากรต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของปริมาณความต้องการเดินทางทางอากาศที่จะเกิดขึ้น ทั้งในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางอากาศ และบุคลากรด้านการบิน โดยเฉพาะนักบิน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานักบินสมองไหล ตลอดจนการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ การก่อการร้ายและภัยคุกคามต่อการบิน รวมทั้งการปรับขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย

          นอกจากนี้ การเตรียมรับการตรวจสอบตามโครงการ The Universal Security Audit Programme Continuous Monitoring Approach(USAP-CMA) ของ ICAO ที่จะเข้ามาตรวจมาตรการรักษาความปลอดภัยการบินของประเทศไทยในช่วงปี 2560-2561 นี้ ซึ่งประเทศไทยก็จะต้องดำเนินการตามแผนการรักษาความปลอดภัยทางการบินแห่งชาติ เพื่อเตรียมการรับมือพร้อมทั้งหาแนวทางจัดการกับความเสี่ยงด้านการรักษาความปลอดภัยที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนด้านการบินให้ความสำคัญอย่างมากในช่วงเวลานี้ หลังจากที่เหตุการณ์ภัยคุกคามการบินที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่า การบินยังคงเป็นเป้าหมายของการก่อการร้าย

ถามต่อไป…แล้วอีก 5 ปี 10 ปี จากวันนี้ อุตสาหกรรมการบินของไทยจะเป็นอย่างไร

          คงไม่มีใครรู้ได้แน่ชัด แต่อาจพิจารณาเทียบเคียงจากข้อมูลล่าสุดของ Airports Council International (ACI) ซึ่งได้คาดการณ์ปริมาณการใช้ท่าอากาศยานทั่วโลกล่าสุดในรายงาน World Airport Traffic Forecasts (WATF) 2016–2040 และข้อมูลจาก International Air Transport Association (IATA) ตามรายงาน IATA 20-Year Air Passenger Forecast ซึ่งได้คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารที่เดินทางทางอากาศในช่วง 20 ปี (ค.ศ.2016-2035) โดยข้อมูลตามการศึกษาของทั้งสององค์กรเป็นไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือ ภาพรวมปริมาณผู้โดยสารที่เดินทางทางอากาศและผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานทั่วโลกในอีก 20-25 ปีข้างหน้านี้ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึงอีก 1 เท่าตัวจากปัจจุบัน โดยประมาณการอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมอยู่ที่ร้อยละ 3.7 และ 4.9 ต่อปี ตามลำดับ

          ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจะเป็นภูมิภาคที่มีปริมาณผู้โดยสารเครื่องบินมากที่สุด ทั้งนี้ IATA คาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวสะสมเฉลี่ยของปริมาณผู้โดยสารในภูมิภาคนี้จะอยู่ที่ร้อยละ 4.7 ต่อปี ในขณะที่ ACI ประมาณการผู้ใช้บริการท่าอากาศยานในภูมิภาคนี้มีอัตราการขยายตัวสะสมเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 6.2 ต่อปี

          IATA ยังคาดการณ์เพิ่มเติมว่า ประเทศจีนจะกลายเป็นตลาดการบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแทนที่สหรัฐอเมริกา โดยจีนจะมีปริมาณผู้โดยสารอยู่ที่ 1.3 พันล้านคนต่อปี ในขณะที่สหรัฐฯ ซึ่งตกไปอยู่ในอันดับที่ 2 จะมีปริมาณผู้โดยสารทั้งหมด 1.1 พันล้านคนต่อปี เช่นเดียวกับประเทศอินเดียที่จะก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 3 แทนที่สหราชอาณาจักร และประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบันเป็น 1 ใน 10 ของประเทศที่มีปริมาณผู้โดยสารเครื่องบินมากที่สุดในโลกนั้น ก็จะก้าวขึ้นมาเป็นอันดับที่ 5

          จะเห็นว่า ในปี ค.ศ. 2035 นอกจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจะเป็นตลาดการบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแล้ว 5 อันดับแรกของประเทศที่มีตลาดการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้น ยังเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคถึง 3 ประเทศ ซึ่งหนึ่งในนี้เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย นอกจากนี้อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ ประเทศเวียดนาม จะก้าวขึ้นมาเป็นประเทศอันดับ 5 ที่มีปริมาณการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารมากที่สุดในโลก รองจากจีน สหรัฐอเมริกา อินเดีย และอินโดนีเซีย โดยจะมีผู้โดยสารทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 242 ล้านคนต่อปี

นั่นหมายความว่า…โมเมนตั้มของการบินโลกกลังจะเคลื่อนย้ายจากโลกตะวันตกมาที่ฟากฝั่งโลกตะวันออก

          การเกิดขึ้นในตลาดเกิดขึ้นใหม่ (emerging markets) และปัจจัยด้านเศรษฐศาสตร์จุลภาค ซึ่งรวมไปถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดการบิน และการเกิดขึ้นของสายการบินต้นทุนต่ำ ล้วนเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้เกิดการขยายตัวของความต้องการขนส่งทางอากาศ ท่ามกลางความท้าทายอันเกิดจากความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ การก่อการร้ายและภัยคุกคามต่อการรักษาความปลอดภัยในภูมิภาคต่างๆ ของโลก การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ความชะลอตัวของเศรษฐกิจ และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของการชดเชยคาร์บอน (Carbonneutral) ในปี ค.ศ. 2020 และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอากาศยาน ที่อุตสาหกรรมการบินต้องเผชิญ

ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินของไทย มีแนวโน้มที่จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับอุตสาหกรรมการบินของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ซึ่งดูเหมือนว่า โอกาสมาฟ้าเปิด แต่หมู่เมฆก้อนดก็กระจายตัวอยู่เป็นระยะๆ เส้นทางอาจไม่ราบเรียบ แต่ก็ไม่ยากเกินจะผ่านไป…

บทความ : น.ส.ชลันทิพย์ ประดับพงษา หัวหน้าแผนกวิจัยและพัฒนาธุรกิจการบิน สถาบันการบินพลเรือน