สถาบันการบินพลเรือน

Civil Aviation Training Center

Mr.Vorrataa Kulkeitpravat

Mr.Vorrataa Kulkeitpravat

ครูวิชาภาคพื้น สังกัดแผนกวิชาช่างอากาศยาน กองวิชาอากาศยานและเครื่องยนต์ สถาบันการบินพลเรือน

จบหลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชานายช่างบำรุงรักษาอากาศยาน
รุ่นที่ 48 (Aircraft Maintenance Engineer License Course,CATC)

จบหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการบิน
รุ่นที่ 3 (Master of Management Program in Aviation Management, CATC)

ครูวิชาภาคพื้น สังกัดแผนกวิชาช่างอากาศยาน กองวิชาอากาศยานและเครื่องยนต์ และศิษย์เก่าหลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชานายช่างบำรุงรักษา
อากาศยาน

    สาเหตุที่ตัดสินใจเลือกและเข้าเรียนที่สถาบันการบินพลเรือน เริ่มจากตอนมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผมอยากเรียนวิศวกรรมการบินที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่แม่อยากให้เรียนวิศวกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมก็เรียนตามใจแม่ เมื่อเรียนปี 4 วิศวกรรมเครื่องกล ผมเริ่มมั่นใจว่าตัวเองไม่ชอบงานสายออกแบบ ประกอบกับตอนปี 3 เคยฝึกงานที่โรงงานประกอบรถยนต์ ฝึกเกี่ยวกับการจัดการการผลิต ก็รู้สึกว่าน่าเบื่อ ตอนจะจบปี 4 (พ.ศ. 2551) จึงหาข้อมูลเกี่ยวกับ อาชีพช่างอากาศยาน ถามจากรุ่นพี่ในภาควิชาก็ไม่มีใครทราบ เลยหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต เพิ่งมารู้จักสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ก็ตอนนี้แหละครับ

เพราะผมอยากเป็น Licensed Aircraft Engineer (LAE) เรียกเป็นภาษาไทยว่า นายช่างภาคพื้นดิน ที่มีหน้าที่ลงนามเพื่อปล่อยเครื่องขึ้นบิน หรือไม่ก็นั่งไปบนเครื่องบิน (เมื่อก่อนจะเรียก Flight Engineer มีหน้าที่ช่วยนักบินขณะบิน ในปัจจุบัน เทคโนโลยีสูงขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องมี จะมีก็แต่ Follow-Flight Engineer ที่นั่งไปเพื่อเช็คและลงนามเพื่อปล่อยเครื่องบินบินกลับเท่านั้น) แต่เท่าที่หาข้อมูลก็มีบ้างที่เมื่อเรียนจบวิศวะแล้วไปเป็นวิศวกรซ่อมบำรุงในสายการบิน แต่เค้าจะเรียกว่า Academic Engineer ซึ่งเป็นวิศวกรประจำระบบใดระบบหนึ่งในอากาศยาน ไม่ใช่ LAE อย่างที่อยากเป็นครับ ตอนที่กำลังจะจบมหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2551) คิดอยู่นานมากว่าจะไปสมัครงานตามสายการบินเลยดีหรือจะมาสมัครเรียนที่ สบพ. สุดท้ายก็เลือกมาสมัครเรียนที่นี่ เพราะตอนนั้นไม่รู้เลยว่าสายการบินเค้าจะรับเราหรือไม่ อีกอย่างตอนนั้น เราก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับระบบเครื่องบินเท่าไหร่ด้วยครับ ผมอยากรู้ด้วยก็เลยเลือกสมัครเรียนหลักสูตรนายช่างบำรุงรักษาอากาศยาน (Aircraft Maintenance Engineer License Course) ที่นี่จำได้ว่าตอนนั้นต้องมาสมัครเรียนด้วยตัวเอง โดยจะมีอาจารย์จากกองวิชาต่าง ๆ มาแนะแนวหลักสูตร พูดคุยกับเรา แนะนำว่าเราเหมาะกับหลักสูตรไหน จำได้แม่นว่า หลักสูตร AMEL ของ สบพ. เป็นหลักสูตรเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจากกรมการบินพลเรือนในสมัยนั้น ปัจจุบันคือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เมื่อเรียนจบ สามารถลดระยะเวลาประสบการณ์จาก 4 ปีเหลือ 2 ปีในการขอใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดินได้อีกด้วย นั่นแหละครับ ตอนนั้นผมจึงเลือกเรียนสาขานี้ โดยไม่ได้เลือกสาขาอื่นสำรองไว้เลยครับ และก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ ครับ

สิ่งที่ประทับใจสำหรับหลักสูตรนายช่างบำรุงรักษาอากาศยาน (Aircraft Maintenance Engineer License Course : AMEL : AM) มี 2 อย่างที่ผมประทับใจที่สุดคือ 1. ความเป็นพี่เป็นน้อง
อัตลักษณ์ของความเป็น AM ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่มันก็คือ AM สังคมที่นี่ ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่จะปรับตัว ยอมรับซึ่งกันและกัน ทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งทำให้เมื่อจบออกไปแล้วสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานก็ออกมาดีด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างเครือข่าย สร้าง Connection ที่มีคนชอบพูดกันว่า วงการการบินมันแคบ ผมว่ามันก็แคบจริง ๆ แหละครับ
2. หลักสูตร AM เป็นหลักสูตรฝึกอบรม ที่ไม่เน้นวุฒิการศึกษา แต่เน้นความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่สำคัญและจำเป็นในการประกอบอาชีพ การฝึกอบรมที่นี่ เน้นให้ความสำคัญทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งตอบโจทย์คนที่อยากจะเป็นช่างอากาศยานได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังเป็นหลักสูตรเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยอีกด้วย

สำหรับหลักสูตรการจัดการการบิน ระดับปริญญาโทนั้น ผมได้รับทุนการศึกษาจาก สบพ. การเรียนปริญญาโทที่นี่ เสมือนเป็นการเปิดโลกการบินของผมให้กว้างขึ้นไปอีกครับ ทั้งแง่คิด หลักการและวิธีการทำงาน รวมทั้ง Connection เพราะเพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนด้วยกันก็มาจากต่างสายอาชีพ ต่างองค์กร คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิล้วนมีประสบการณ์ตรงในศาสตร์ต่าง ๆ ด้านการบิน ถ่ายทอดความรู้ได้เป็นอย่างดี ทำให้เกิดการบูรณาการความรู้มาปรับใช้ในงานปัจจุบันของเรา ซึ่งก็คือการพัฒนาหลักสูตร AMEL สู่มาตรฐาน EASA นั่นเองครับ

ความแตกต่างระหว่างหลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกลตามมหาวิทยาลัย และหลักสูตรช่างอากาศยาน (AMEL) สบพ.
1. วุฒิการศึกษา
1.1 วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรี)
การเรียน หลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกลตามมหาวิทยาลัย เรียน 4 ปี เน้นทฤษฎีการออกแบบและการคำนวณ มีเรียนการทดลองและฝึกปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ
1.2 หลักสูตรประกาศนียบัตรเทียบเท่าระดับอนุปริญญา
หลักสูตรช่างอากาศยาน AMEL ของ สบพ. เป็นการเรียนเฉพาะทาง เรียน 2 ปี เน้นทั้งทฤษฎี (ความเข้าใจในหลักการและวิธีการทำงานของระบบต่าง ๆ ในอากาศยาน) และปฏิบัติ (ทักษะสำคัญที่จำเป็นในการซ่อมบำรุง วิธีการซ่อมบำรุง) รวมทั้งกฎหมาย ข้อบังคับและระเบียบที่เกี่ยวข้องในการซ่อมบำรุงอากาศยาน

2. การประกอบอาชีพ หลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกลตามมหาวิทยาลัย สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลาย จะเป็นสายออกแบบ สายควบคุม สายการผลิต สายซ่อมบำรุง สายยานยนต์ สายปิโตรเลียม สายอุตสาหการ สายการจัดการ สายเคมี หรือจะเป็นนักบินก็ยังได้ครับ และสำหรับด้านซ่อมบำรุงอากาศยาน ก็สามารถเป็นวิศวกรระบบอากาศยาน แต่ถ้าจะเป็นนายช่างภาคพื้นดิน (Licensed Aircraft Engineer; LAE) จะต้องเริ่มต้นจากการเป็นช่างอากาศยานก่อน พอมีประสบการณ์ครบ 4 ปี จึงจะสามารถขอสอบเพื่อถือใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดินได้ ประกอบด้วยการสอบภาคทฤษฎี การสอบภาคปฏิบัติ และเข้ารับการฝึกอบรมเครื่องบินเล็กเฉพาะแบบ หลังจากนั้น บริษัท/สายการบิน ก็จะส่งเรียนการซ่อมบำรุงอากาศยานเฉพาะแบบ (Aircraft Type Training) ก่อนบันทึกแบบเครื่องบินนั้น ๆ ลงใบอนุญาต (Endorsement) และปฏิบัติหน้าที่เป็น Licensed Aircraft Engineer ต่อไปครับ

หลักสูตรช่างอากาศยาน (AMEL) ของ สบพ. สามารถประกอบอาชีพได้ 2 อย่างหลัก ๆ คือ
1. ช่างอากาศยาน ซึ่งหากจบจากหลักสูตร AMEL ของ สบพ. จะมีข้อได้เปรียบ ดังนี้
1.1 เนื่องจากเป็นหลักสูตรตรงสาย ที่ดำเนินการฝึกอบรมและการทดสอบเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จึงสามารถลดระยะเวลาประสบการณ์จาก 4 ปี เหลือเพียง 2 ปีในการขอสอบเพื่อถือใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดิน นอกจากนี้ยังได้รับการยกเว้น ไม่ต้องสอบภาคปฏิบัติและไม่ต้องเข้ารับการฝึกอบรมเครื่องบินเล็กเฉพาะแบบอีกด้วย สอบเพียงภาคทฤษฎีเท่านั้น ทำให้มีโอกาสเติบโตในสายอาชีพช่างอากาศยานได้รวดเร็วกว่าผู้ที่จบการศึกษาจากหลักสูตรอื่น ๆ
1.2 มี Connection ที่ดีในสายอาชีพนี้ เนื่องจากปัจจุบัน มีนักศึกษาที่จบการศึกษาไปแล้วทั้งสิ้น 55 รุ่น ถือได้ว่า สบพ. เป็นสถาบันหลักในการผลิตช่างอากาศยานให้กับประเทศมาอย่างยาวนาน
2. ช่างเทคนิคปิโตรเลียม ทำงานบนแท่นขุดเจาะน้ำมันหรือโรงกลั่น
จะเห็นได้ว่า หากน้อง ๆ รู้ตัวเองว่าอยากเป็นช่างอากาศยานตั้งแต่ต้น การเรียนหลักสูตรช่างอากาศยาน AMEL ของ สบพ. ถือเป็นหลักสูตรเดียวที่ควรเลือกอย่างไม่ต้องสงสัยครับ เนื่องจากเป็นหลักสูตรตรงสายและใช้เวลาเพียง 4 ปี (เรียน 2 ปี + ประสบการณ์ทำงาน 2 ปี) ในการขอสอบเพื่อถือใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดิน ขณะที่หลักสูตรอื่น ๆ (ปริญญาตรี) ใช้เวลาอย่างน้อย 6-8 ปี (เรียน 2-4 ปี + ประสบการณ์ทำงาน 4 ปี)

สิ่งที่อยากจะบอกรุ่นน้องหรือเพื่อนร่วมอาชีพ สิ่งที่อยากจะบอกรุ่นน้อง คือ หากคุณรักที่จะเป็นช่างอากาศยาน ที่นี่ “สถาบันการบินพลเรือน” คือบ้านที่อบอุ่นที่สุดสำหรับคุณ ขอแค่รักในสิ่งที่ทำ และทำทุกวันให้ดีที่สุด เรียนที่นี่ เป็น 2 ปีที่ถือว่าหนักพอสมควร ทั้งการเรียนที่เป็นภาษาอังกฤษ ข้อสอบก็เป็นภาษาอังกฤษ เรียนตั้งแต่เช้ายันเย็น จันทร์ถึงศุกร์ แทบจะไม่มีวันปิดเทอม ผมอยากเห็นน้อง ๆ ที่มี passion อยากที่จะเป็นช่างอากาศยาน มีเป้าหมายที่ชัดเจน ในฐานะที่ผมเป็นทั้งศิษย์เก่าและครูที่นี่ ผมสัญญาว่า จะเป็นครูที่ดีและจะพัฒนาหลักสูตร ยกระดับการฝึกอบรมช่างอากาศยานของ สบพ. อย่างสุดความสามารถ เพื่อผลิตช่างอากาศยานที่มีศักยภาพทัดเทียมกับนานาอารยประเทศครับ สำหรับเพื่อนร่วมอาชีพ ผมอยากบอกว่า อาชีพนี้ไม่ใช่เป็นอาชีพที่รวยที่สุด แต่เป็นอาชีพที่เจ๋งและน่าภาคภูมิใจที่สุดในความคิดของผมเลยครับ เพราะไม่เพียงแต่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้และทักษะให้กับศิษย์เท่านั้น แต่เรายังได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลาย ๆ คนโดยบางทีเราก็ไม่รู้ตัว ดังนั้นขอให้ยืนหยัดที่จะเป็นครูที่ดี โดยตั้งมั่นอยู่บนความปรารถนาดีที่มีให้กับศิษย์ แค่นั้นพอครับ ผมเชื่อว่าจิตวิญญาณความเป็นครู จะทำให้เจตนาแห่งการกระทำนั้นดีเสมอ แล้วประเทศไทยก็จะมีช่างอากาศยานที่มีคุณภาพอย่างแน่นอนครับ ดังคำพูดที่ว่า “ครูสร้างคน คนสร้างชาติ” ครับ