ไม่ได้รับความเป็นธรรม

14/3 หมู่2 ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี 16150  วันที่ 10 สิงหาคม 2559
เรียน ท่านอธิบดีกรมเจ้าท่า
เรื่อง ความทุกข์ และความเดือดร้อนของชาวบ้านริมสองฝั่งลุ่มแม่น้ำน้อย
เนื่องด้วยกระผม นายไพศาล อุลิศ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 14/3 ม. 2 ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี กำลังถูกดำเนินคดีอาญาโดยเจ้าที่เขต ๒ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นผู้กล่าวหา ในข้อหารุกล้ำลำน้ำ ตาม มาตรา ๑๑๗ ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทยฯ กระผมเป็นตัวแทนประชาชน ที่อาศัยตั้งบ้านเรือน อยู่ ริมตลิ่ง สองฝั่งลุ่มแม่น้ำน้อยของอำเภอค่ายบางระจัน และอำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี กว่า 300 หลังคาเรือน รวมประชาชนชาวบ้านกว่า 1,000 คนซึ่งกำลังจะถูกดำเนินคดี เป็นประชาชนที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยอดีตรุ่นปู่ย่าตายาย หลายชั่วคนมาแล้ว ซึ่งขยายมาจากครอบครัวเดิม เป็นประชาชนในท้องถิ่น ใช้เป็นที่พักอาศัยและทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว สภาพภูมิประเทศเป็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม มีอัตลักษณ์ ทั้งทางด้านวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น และเป็นเสน่ห์ที่งดงามของนักท่องเที่ยว บางแห่งเป็นหน่วยสันติภาพสหรัฐอเมริกา/ประเทศไทย ซึ่งมีชาวต่างประเทศมาอยู่ร่วมพักอาศัยเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณีของประเทศไทย ซึ่งในสมัยในอดีตเคยเป็นเส้นทางเสด็จทางชลมาศของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและต่อมาสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาได้เสด็จทางชลมาศทอดพระเนตรสองฝั่งลุ่มแม่น้ำน้อย ตามรอยฯเบื้องพระยุคลบาทของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามสองฝั่งลุ่มแม่น้ำน้อยเพื่อมาดูวิถีชีวิตชุมชนสมัยดั้งเดิมในยุคสมัยโบราญ และต่อมาได้มีการจัดงานย้อนรอยเส้นทางเสด็จของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นพวกประชาชนที่ปลูกที่พักบริเวณชายตลิ่งสองฝั่งลุ่มแม่น้ำน้อยกำลังได้รับความเดือดร้อนจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าท่าเขต ๒ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดังนี้
๑.เจ้าหน้าที่เจ้าท่า ได้ให้ประชาชนริมชายตลิ่งสองฝั่งลุ่มแม่น้ำน้อย ลงชื่อในเอกสารรับทราบว่า ประชาชนบางหลังคาเรือนกระทำผิดตามมาตรา ๑๑๗ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย และแจ้งกับประชาชนว่า การลงชื่อไปในเอกสารดังกล่าว ไม่มีอะไร ทำให้ประชาชนมีความเข้าใจว่า คงไม่มีอะไร น่าจะเป็นการให้ความร่วมมือกับเจ้าท่าเขต ๒ ในการสำรวจพื้นที่

 ๒.หลังจากมีการลงลายมือชื่อดังกล่าวตามข้อ ๑ ไปได้ประมาณ ๑ เดือน ประชาชนที่ได้ลงลายมือชื่อไป ได้ถูกเจ้าที่เขต ๒ แจ้งความดำเนินคดี ในข้อหารุกล้ำลำน้ำฯ ซึ่งไม่มีการแจ้งเป็นหนังสือเตือนเป็นการล่วงหน้า และไม่มีการแจ้งข้อกฎหมายหรือทำความเข้าใจกับประชาชน ประกอบกับการสำรวจพื้นที่ ไม่ตรงต่อข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างแท้จริง
 ๓.หลังจากแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนแล้ว ประชาชนได้โตแย้งในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ของเจ้าท่าฯ ไม่รับฟังเหตุผลจากประชาชน โดยอ้างคำสั่งตามมาตรา ๔๔ ของท่านนายกรัฐมนตรี มากล่าวอ้างในเชิงข่มขู่ประชาชนให้เกิดความหวาดกลัวและลักษณะพฤติการณ์ในการพูดจากับประชาชนลักษณะประชาชนเป็นศัตรู กับเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชนสองฝั่งลุ่มแม่น้ำน้อยได้อาศัยอยู่กิน แบบเศรษฐกิจพอเพียงในการหล่อเลี้ยงชีพและครอบครัว ตามแนวทางสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ได้กระทำความผิดในลักษณะบุกรุกทำลายป่าสงวนแห่งชาติ และทางราชการได้มาทำการสำรวจและเยี่ยมดูการทำเกษตรแบบพอเพียง เป็นประจำ 
 ๔.เจ้าหน้าที่เจ้าท่าไม่เคยลงมาทำการชี้แจงต่อประชาชนให้เกิดความเข้าใจ หรือไม่มีการทำประชาพิจารณ์กับประชาชนในท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งประชาชนจะขอพบกับผู้มีอำนาจของเจ้าท่าเขต๒ ก็ไม่ยอมให้พบเพื่อจะได้ปรึกษาหารือเกี่ยวกับสาเหตุที่เกิดขึ้นเพื่อหาแนวทางในการขจัดปัญหา โดยมีการอ้างเหตุผลและหลีกเลี่ยงตลอดเวลา อ้างไม่อยู่ที่ทำงาน ทั้งๆที่ มีตัวแทนจากเจ้าท่าได้ลงมาประชุมและมีการนัดหมายไว้แล้วเพื่อแก้ปัญหา ลักษณะการกระทำและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เป็นการเพิ่มปัญหาต่อประชาชนมากขึ้นแบบเพื่อให้พ้นตัวไปวันๆหนึ่ง ทั้งที่ปัญหาที่เกิดขึ้นมีผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก
 ๕.ในปัจจุบันนี้ เจ้าหน้าที่เจ้าท่า ได้มีการดำเนินคดีกับประชาชนจำนวน ๑๐ หลังคาเรือน โดยในเขต อำเภอบางระจัน มี ๓ หลังคาเรือน และเขตอำเภอค่ายบางระจัน มี ๗ หลังคาเรือน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในชั้นพิจารณาของศาลบางราย และบางรายอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน จากเหตุดังกล่าว ได้รับแจ้งจาก ผอ.เจ้าท่าเขต ๒ ว่า จะดำเนินคดีกับประชาชนในส่วนที่เหลือเพิ่มเติมอีก
 ๖.ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าท่า เป็นการเลือกปฏิบัติเป็นบางราย ซึ่งใช้พยานหลักฐานเหมือนกันหรือคล้ายกัน
มีบ้านเรือนอยู่ติดกัน จนเป็นที่น่าเชื่อว่า จะเป็นการดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกร้องเรียนเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์หรือมีการตรวจสอบก่อนว่า การร้องเรียนนั้น มีความจริงแค่ไหน เพียงใด อาจจะเป็นการกลั่นแกล้งกัน จนเป็นเหตุให้ประชาชนภายในพื้นที่เกิดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน จนเกิดความแตกความสามัคคีภายในชุมชน และการดำเนินคดีที่เกิดขึ้นเชื่อว่า เจ้าท่า หรือเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น น่าจะตรวจพบว่ามีการสร้างสิ่งปลูกสร้างเป็นระยะเวลานานแล้ว เพราะประชาชนได้สร้างสิ่งปลูกสร้างโดยเปิดเผย แต่ไม่มีการบอกกล่าว ห้ามปราม ทักท้วง ไม่ให้มีการก่อสร้าง จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ การดำเนินคดีของเจ้าท่า ใช้มาตรฐานแตกต่างกันทั้งที่เป็นหน่วยงานเดียวกัน แต่ปฏิบัติแบบสองมาตราฐาน
 ๗.ในการที่เจ้าหน้าที่เจ้าท่า ทำการตรวจวัดพื้นที่ ที่กล่าวหาว่ามีการล่วงล้ำลำน้ำ ไม่มีการประสานกับเจ้าของที่พักอาศัยก่อน ซึ่งเจ้าของที่พักอาศัยไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเลยว่า เจ้าท่าและเจ้าหน้าที่เข้ามาภายในที่พักอาศัยของตนเองเพื่อตรวจสอบพื้นที่เมื่อใด ทั้งที่มีประชาชนและญาติพี่น้องอยู่บริเวณใกล้เคียงก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นการขัดต่อหลักตามมาตรการระยะสั้นและระยะยาวของเจ้าท่าและขัดต่อหลักกฎหมาย ป.วิอาญาและคำสั่งของ คสช.
 ๘.เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ประชาชนได้ฟังรายการ นายกรัฐมนตรีคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่ากฎหมายใดที่มีผลกระทบต่อประชาชนทำให้ประชาชนเดือดร้อนถ้ามีปัญหาให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงมาดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาและหาทางออกแต่กลับปฏิบัติไปในแนวทางตรงกันข้าม
 ๙.เจ้าหน้าที่ เขต ๒ ไม่เคยใช้หลักรัฐศาสตร์มาใช้ร่วมกับหลักนิติศาสตร์ ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างแท้จริง
เพราะประชาชนไม่ต้องการรื้อถอนที่พักอาศัยของตนเอง ไปอยู่ที่ถิ่นฐานอื่น เพราะพื้นที่ ที่ปลูกสร้างอาศัยจะปลูกปลูกพักอาศัย บริเวณหน้าที่ดินของใครก็หน้าที่ดินของผู้นั้น หากถูกรื้อถอนไป เหมือนกับใช้กฎหมายมาเป็นเครื่องมือประหารชีวิตประชาชน และครอบครัว เพราะเงินที่ใช้ปลูกสร้าง ประชาชนใช้หยาดเหงื่อแรงงาน หาเงินมาปลูกสร้าง
ตามที่กล่าวมาข้างต้น กระผมในฐานะตัวแทนประชาชนสองฝั่งลุ่มแม่น้ำน้อย จึงขอความเมตตา และขอความเป็นธรรม จากท่านให้ช่วยลงมาแก้ไข บรรเทาทุกข์ ความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวลุ่มแม่น้ำน้อยด้วยเถิด กระผมกับพวกไร้ที่พึ่งพาแล้ว เพราะได้ขอความเป็นธรรม เมตตาธรรมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐมาหลายหน่วยงานแล้ว แต่การดำเนินการล่าช้า อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนจำนวนมากในวงกว้าง พวกกระผมมีความรักและศรัทธาในตัวท่านเป็นอย่างสูงยิ่ง ว่าท่านเป็นที่พึ่งของประชาชนโดยแท้จริง
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ลงชื่อ นาย ผู้ร้องขอความเป็นธรรม
(ไพศาล อุลิศ)
ตัวแทนชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำน้อย อำเภอค่ายบางระจัน อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

วันที่:15 สิงหาคม 2559

เข้าชม:

Post View : 1

ข้อมูลโดย: Admin MD

แบบประเมินความพึงพอใจ