เป็นเบาหวานแล้ว กินอะไรได้บ้าง

ที่มา : เว็บไซต์เดลินิวส์

เป็นเบาหวานแล้ว กินอะไรได้บ้าง thaihealth

แฟ้มภาพ

ผู้เป็นโรคเบาหวานจำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยให้ผู้เป็นโรคเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

ผศ.ดร.ณัติพร นกแก้ว คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โรคเบาหวานเป็นโรคที่ทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง เกิดจากความผิดปกติของตับอ่อนที่ทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยกว่าปกติ หรือเกิดภาวะดื้ออินซูลินขึ้น ส่งผลให้ฮอร์โมนอินซูลินไม่สามารถทำหน้าที่ในการนำพาน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ยังมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าปกติ ดังนั้น เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

ค่า Glycemic Index (GI) หรือค่าดัชนีน้ำตาล เป็นค่าความเร็วของการดูดซึมน้ำตาลและแป้งเข้าสู่กระแสเลือดหลังรับ ประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตหรือประเภทแป้งและน้ำตาล หากรับประทานอาหารที่มีค่า GI สูง จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว การอ่านค่า GI จึงอาจเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ค่า GI แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ สูง (70-100) กลาง (56-69) และต่ำ (0-55) ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรรับประทานอาหารที่มีค่า GI ต่ำ เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และไม่เป็นอันตราย ขณะที่หากรับประทานอาหารที่มีค่า GI สูง จะทำให้น้ำตาลพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากการรับประทานจนอาจเกิดอันตรายได้

อาหารที่มีค่า GI ต่ำ ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่มีปริมาณไฟเบอร์สูง เพราะไฟเบอร์จะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลในเลือดและช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องได้เร็ว นอกจากมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานแล้ว ยังไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย อาหารที่มีค่า GI ต่ำ ได้แก่ ผักผลไม้ ธัญพืช ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ พืชตระกูลถั่ว กล้วย องุ่น ลูกแพร์ เชอร์รี่ ลูกพีช กีวี แอปเปิ้ล สตรอเบอรี่ ส้ม สาลี่ ฝรั่ง ชมพู่ แก้วมังกร แครอท มะเขือเทศ ข้าวโพด บรอกโคลี และดอกกะหล่ำ เป็นต้น และยังรวมถึงผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวทุกชนิดอีกด้วย อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น นม โยเกิร์ต นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ โปรตีนที่ได้จากถั่ว ปลาและเนื้อสัตว์ที่มีไขมันน้อยมาก อาหารเหล่านี้ก็เป็นอาหารที่มีค่า GI ต่ำเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ น้ำตาลในเลือดจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับอาหารอื่นๆ ที่ได้รับประทานควบคู่กันไปด้วยเช่นกัน เช่น หากมื้อไหนที่จำเป็นต้องทานอาหารที่มีค่า GI สูง ก็ควรรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ควบคู่ไปด้วย ก็จะสามารถรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ในระดับหนึ่ง

ในปัจจุบันมีเว็บไซต์หลายเว็บไซต์ที่มีการนำเสนอตารางค่า GI เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ที่สนใจในสุขภาพ สามารถหาและเปิดเพื่อเลือกดูข้อมูลอาหารได้ว่าอาหารเหล่านั้นมีค่า GI เท่ากับเท่าไหร่ ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด และผู้ป่วยโรคเบาหวานควรเลือกรับประทานอาหารที่มีค่า GI ต่ำอยู่เสมอ ทั้งนี้ ค่า GI เป็นเพียงค่าที่บ่งชี้คาร์โบไฮเดรตในอาหารเท่านั้น จึงควรรับประทานอาหารประเภทอื่นๆ ให้หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้สารอาหารที่ครบถ้วน และควรออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่เสมอ

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ