สสส.พร้อมหนุนชุมชนเมือง ครอบครัวปลอดบุหรี่มากขึ้น

ที่มา : เว็บไซต์บ้านเมืองออนไลน์

 สสส.พร้อมหนุนชุมชนเมือง ครอบครัวปลอดบุหรี่มากขึ้น thaihealth

แฟ้มภาพ

สสส.และภาคีเครือข่าย พร้อมหนุนครอบครัวปลอดบุหรี่ ให้ประชากรในพื้นที่ชุมชนเมืองลดอัตราการสูบบุหรี่ได้มากขึ้น สร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว

ชุมชนเมืองเป็นพื้นที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของงานควบคุมยาสูบ จึงจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ประชาสังคม และคนในชุมชน ซึ่งชุมชนหมู่บ้านอัญชลี 2 อำเภอเมืองจังหวัดนนทบุรี เป็นหนึ่งในชุมชนตัวอย่างที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการขับเคลื่อนงาน “ครอบครัวปลอดบุหรี่” จนเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม และมีผู้เลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จ ถือเป็นตัวอย่างของการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วนในพื้นที่

นางฐาณิชชา ลิ้มพานิช ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อสังคม กล่าวว่า โครงการครอบครัวปลอดบุหรี่ เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2548 โดยอาศัยข้อมูลพื้นฐานที่พบว่า การสูบบุหรี่ภายในบ้านถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดความรุนแรงภายในครอบครัว จึงพัฒนาแนวทางการขับเคลื่อนงานเพื่อทำให้คนในครอบครัวเลิกสูบบุหรี่ ซึ่งได้ดำเนินโครงการนี้มาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว โดยเน้นการสื่อสารภายในครอบครัว และเน้นการให้กำลังใจระหว่างกัน เพื่อช่วยสนับสนุนให้คนที่อยากเลิกบุหรี่อยู่แล้ว เลิกสูบจนสำเร็จ เปรียบเสมือนเป็นการส่งเสริมแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน โดยที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรม “ห้องเรียนปลอดบุหรี่” ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี ลำปาง อุบลราชธานี และตรัง โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคนที่อยากให้คนในครอบครัวตัวเองเลิกบุหรี่ โดยมีกระบวนการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันเป็นกลุ่ม โดยนำองค์ความรู้เรื่องของพิษภัยบุหรี่ ควันุบหรี่มือหนึ่ง มือสอง มือสาม การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ และใช้การสื่อสารเชิงบวกในการให้กำลังใจในการช่วยเลิก

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริหารท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมคิด และวางแผนสำหรับจัดสรรงบประมาณสนับสนุนโครงการลดบุหรี่อีกด้วย ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ 4 จังหวัด ได้แสดงผลงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานร่วมกัน เพื่อนำมาสู่การลดสูบบุหรี่ในชุมชน อีกหนึ่งโครงการคือ “ดีเจน้อย” ที่ทำให้เด็กและเยาวชนเองได้สื่อสารไปยังผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องกับการเลิกบุหรี่ด้วย

กิจกรรม “ห้องเรียนปลอดบุหรี่” เป็นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เน้นการแบ่งปันประสบการณ์กับผู้ที่เรียนด้วยกันว่า ที่ผ่านมาเลิกสูบมากี่ครั้ง ทำไมถึงเลิกไม่ได้ ทำไมถึงเข้ามาร่วมโครงการ มีเป้าหมายอย่างไร ผู้เรียนจะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ พูดคุยร่วมกันได้รับตัวช่วยเลิกบุหรี่กลับไปด้วย จากนั้นจะมีการบ้านให้กลับไปทำ เพื่อให้ได้เข้าร่วมโครงการห้องเรียนปลอดบุหรี่ทุกครั้งและต่อเนื่อง เพราะมีการเรียนรู้ทั้งหมด 5 ครั้ง โดยจัดให้มีการเรียนเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามประเมินผลการดทำงานด้วย ซึ่งจะทำงานเป็นคู่ขนานไปด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม การทำงานในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นชุมชนเมือง ต่างจากพื้นที่อื่นเพราะมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นมาก แต่จุดเด่นคือการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีขนาดใหญ่อย่างเทศบาลนครนนทบุรี โดยเลือกชุมชนหมู่บ้านอัญชลี 2 เป็นชุมชนเป้าหมาย เนื่องจากมีการทำงานอย่างเข้มแข็ง ซึ่งอาสาสมัครทางสาธารณสุข (อสม.) และผู้นำชุมชน สามารถเข้าถึงได้ทุกบ้าน ประกอบกับได้รับสนับสนุนจากผู้บริหารเทศบาลนครนนทบุรี และนักพัฒนาชุมชน ที่เข้ามาช่วยให้เกิดกลไกการทำงานที่ดี เชื่อมประสานการทำงาน ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ซึ่งผลจากการขับเคลื่อนงานพบว่า มีผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ได้เกินกว่า 6 เดือนหลายคน จนนำมาสู่การผลักดันให้เกิดการบูรณาการงบประมาณท้องถิ่นกับของ สสส. ทำให้สามารถขับเคลื่อนในระดับตำบลและเทศบาลได้ โดยสถาบันฯ มีบทบาทในการหนุนเสริมคณะทำงานในแต่ละจังหวัด ให้องค์ความรู้เพื่อเติมเต็มความรู้สำหรับคนทำงานในโครงการห้องเรียนบุหรี่ พร้อมกับให้ทิศทางและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ลุล่วงไปด้วยดี

“ส่วนตัวคาดหวังว่าอยากให้พ่อแม่มีบทบาทในการเป็นตัวอย่างเลิกบุหรี่หรือป้องกันนักสูบหน้าใหม่มากขึ้น และอยากให้ท้องถิ่นทำงานเพื่อลดจำนวนผู้สูบบุหรี่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้าคือการขยายพื้นที่ไปยังอาคารชุด เช่น หมู่บ้านเอื้ออาทร ที่จะมีการทำงานต่างออกไปจากเดิม พร้อมระบุว่า ครอบครัวคือหน่วยที่เล็กที่สุดแต่มีความสำคัญมากที่สุด เมื่อไหร่ที่ครอบครัวมีเกราะป้องกัน มีทักษะในการจัดการปัญหาก็จะทำให้ช่วยให้ครอบครัวรอดพ้นปัญหาต่าง ๆ ไปได้ ขณะเดียวกันบุหรี่ไฟฟ้าเริ่มเข้าถึงเด็กและเยาวชนมากขึ้น หากพ่อแม่ใกล้ชิด เข้าใจและช่วยเหลือ ก็จะช่วยให้เด็กและเยาวชนปลอดจากบุหรี่ได้ จึงขอให้ครอบครัวเข้ามาช่วยเหลือให้กำลังใจช่วยกันเฝ้าระวังไม่ให้บุหรี่มาถึงนักสูบหน้าใหม่และครอบครัวต่อไป” นางฐาณิชชา กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน นายสรวิชญ์ เชิญผึ้ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้บูรณาการการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง สรรพสามิต ออกประชาสัมพันธ์เรื่องของกฎหมายและให้คำแนะนำเกี่ยวกับนโยบายด้านยาสูบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการตักเตือนให้คำแนะนำเพื่อแก้ไขปรับปรุงในร้านค้าที่มีการขายบุหรี่ก่อนที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยมีการดำเนินคดีไปแล้วประมาณ 2 – 3 ราย โดยในปีนี้จะเน้นการให้ความรู้กับประชาชน ไปถึงกลุ่มครู ในพื้นที่โรงเรียนปลอดบุหรี่ และมองว่าโครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ดี ที่สามารถช่วยให้ประชาชนมาสู่กระบวนการเลิกสูบบุหรี่ได้ในที่สุด

นางไพลิน สุยานะ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและสวัสดิการสังคม กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครนนทบุรี กล่าวว่า โครงการครอบครัวปลอดบุหรี่ เป็นการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกัน ระหว่างมูลนิธิครอบครัวปลอดบุหรี่กับศูนย์พัฒนาครอบครัวตำบลท่าทราย มีการคัดเลือกคณะทำงานจากผู้ที่มีความสมัครใจจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และ อสม. โดยมีการประชุมร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาและจัดทำเป็นแผนงาน จากนั้นเริ่มการสำรวจในชุมชนหมู่บ้านอัญชลี 2 เพื่อเก็บข้อมูลจำนวนผู้สูบบุหรี่และผู้สนใจที่จะเลิกบุหรี่ โดยมีครอบครัวสมัครใจร่วมโครงการประมาณ 30 ครอบครัว ซึ่งสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ เมื่อจบโครงการนี้แล้วต้องมีคนเลิกสูบบุหรี่จำนวน 5 คน โดยคนที่เข้ามาร่วมโครงการถือว่ามีผลตอบรับที่ดี มีความคิดอยากเลิกบุหรี่มากขึ้น สุดท้ายแล้วก็สามารถเลิกได้ในที่สุด ทำให้ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น ประเด็นที่ต้องการจะต่อยอดคือ การเขียนโครงการครอบครัวปลอดบุหรี่เพื่อบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติงานของเทศบาลนครนนทบุรี ให้มีความครอบคลุมทั้ง 5 ตำบล เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ต่อไป

ขณะที่ นางสาวรจพร แดงเลิศ ผู้ช่วยนักพัฒนาชุมชน ฝ่ายส่งเสริมและสวัสดิการสังคม กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครนนทบุรี กล่าวว่า การบรรจุโครงการครอบครัวปลอดบุหรี่ไว้ในแผนปฏิบัติงานของเทศบาลนครนนทบุรี ทำให้การดำเนินงานมีความคล่องตัวมากขึ้น พร้อมระบุว่า สิ่งที่อยากพัฒนา คือ การจัดศูนย์การเรียนรู้และให้คำปรึกษาในการเลิกบุหรี่ในชุมชน เพื่อทำให้คนในชุมชนเข้าถึงบริการเลิกบุหรี่ได้มากขึ้น

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ